ชอบให้โปรโมชันอะไร
กรอปรูป
กระดาษ
หมีก



บทความ
ความรู้ออกแบบสิ่งพิมพ์ ภาค 1 (อ่าน 4839/ตอบ 0)

 

 

Printing Design

ออกแบบสิ่งพิมพ์ ภาค 1


สิ่งพิมพ์ เป็นวัสดุที่รู้จักกันทั่วไปเช่น นามบัตร / ใบปลิว / โบรชัวร์ / แผ่นพับ/ หนังสือ, นิตยสารทุกชนิด/การ์ดทุกชนิด / ปฏิทิน / สติกเกอร์ / บรรจุภัณฑ์
ซึ่งวัสดุและสื่อเหล่านี้ ถูกใช้ และแทรกซืมอยู่รอบตัวเรา มีบทบาท อิทธิพล และประโยชน์ รวมถึงให้โทษได้เหมือนกัน


................ในฐานะ ของผู้ออกแบบสิ่งพิมพ์ ก่อนจะเข้าถึงวิธีการออกแบบ มาเริ่มต้นศึกษาขั้นตอนการผลิตสิ่งพิมพ์กันดูสักนิด...................

1.) ระบบการผลิดสิ่งพิมพ์

ในสมัยเก่ากับปัจจุบันต่างกันมาก โดยเฉพาะจำนวนขั้นตอนที่ลดลง ตามการเปรียบเทียบต่อไปนี้

ภาพเปรียบเทียบ ขั้นตอนการผลิตสิ่งพิมพ์แบบเก่า และ แบบใหม่

สรุป ง่าย และไม่ต้องลึกซึ้งมากก็คือ จาก 6 ขั้นตอน เหลือ 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนลำดับที่ 1 นั่นหละ....เป็นขั้นตอนที่ " กราฟิกดีไซเนอร์ ต้องศึกษา ฝึกฝน

2.) สร้าง layout

Layout อาจถูกเริ่มต้นเพียงบนกระดาษแค่หนึ่งใบ เพื่อ....วาดโครงสร้าง (Layout) เพื่อใช้เป็นแนวทางออกแบบคร่าว ๆ ในเบื้องต้น

ขั้นตอนวาง Layout...โดยปรึกษาหารือร่วมกัน ( ผู้ทีมีส่วนเกี่ยวข้อง) มีประโยชน์มากเพราะ.......
1.) แสดงให้เห็นพร้อมกันว่าจะจะออกแบบอะไร
2.) มีภาพ หรือตัวอักษรอะไรบ้าง ที่ต้องนำมาจัดวางบนพื้นที่ทั้งหมด แล้วมาถก..กันว่าอะไรลดได้ เพิ่มได้
3.) สรุปเบื้องต้น ย้ำอีกที....เบื้องต้น....คือ.ตำแหน่งใด วางอะไร
4.) ลดเวลา ลดต้นทุน ได้อย่างคาดไม่ถึง

ส่วนปัจจัยเรื่อง " สี " อยากเสนอว่า คุยคร่าว ๆ ไว้ก่อน อย่าฟันธง....ถ้าลดเวลาคุยเรื่องสีบนกระดาษที่มีเพียงเส้น Layout อดใจไว้ มาคุยบนจอภาพ หลังได้เห็น Artwork ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม แล้วอาจตัดสินเรื่องสีได้เร็ว และลงตัวกว่า จากภาพจริง สีจริง คำตอบก็ง่ายขึ้นโดยเฉพาะ ทราบว่าอะไรเป็นไปได้ ..ดี..หรือจะดันทุรังให้เป็นไปได้ก็เอาเถอะ....


ตัวอย่างนี้ เป็นภาพ layout .............ง่าย ๆ ที่กำหนดทิศทาง (Style) การออกแบบในเบื้องต้น
วินาทีนี้.....อย่าเพิ่งสนใจว่า layout ของงานอะไรหว่า....และอย่าเพิ่งตัดสินว่าดี...หรือล้าสมัย....


3.) แปลง  layout ลงเครื่องใช้ไฟฟ้า

อย่าเพิ่งงงงงง....เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับงาน Graphice Deslign คือ " เครื่องคอมพิวเตอร ์" และเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์นี้เอง
ที่ผนึกกำลัง กับโปรแกรมต่าง ๆ ทำใหลดขั้นตอนการผลิตสิ่งพิมพ์ จาก 6 ขั้นตอนเหลือ 3 ขั้นตอนข้างต้น เพราะ...

....
คอมพิวเตอร์ ทำเรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย
.และ...............................................................


....คอมพิวเตอร์ ทำให้อาชีพกราฟิกดีไซเนอร์ เปิดกว้างเข้าไปทุกวงการผลิต

.................เช่น งานตกแต่งภาพถ่าย (Retouching) ที่เห็นกันได้ทั่วไปตาม Studio ถ่ายภาพ)
.................เช่น วาดภาพ ( Illustration) ประกอบสิ่งพิมพ์
.................เช่น จัดหน้าสิ่งพิมพ์ รูปเล่ม (Artwork)
.................เช่น ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ....กล่องขนม..อาหาร / ถุง / ซอง...
.................เช่น ทำ Special Effect งานโฆษณา

.................เช่น ออกแบบลายผ้า
.................เช่น ออกแบบเฟอร์นิเจอร์
.................เช่น ออกแบบอาคารสถานที่
จบลงที่........ สารพัดและหลากหลาย..............แต่ประโยชน์หนึ่งเดียวคือ ....ง่าย... เร็ว... มีคุณภาพ 3 คำนี้ เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่แค่เครื่องไม้ เครื่องมือ แต่ประสิทธิภาพของ กราฟิกดีไซเนอร์
คือปัจจัยหลัก พี่น้องกราฟิกดีไซเนอร์มือใหม่ อย่าเคร่งครัดตัดสินงานออกแบบเพียงแค่ระดับความ "สวย"

ความสวยไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ตัดสินงานออกแบบ เพราะ การตัดสินเชิงผลิต อาจต้องสิ้นเปลืองและสูญเสีย แต่มีหนทางหลีกเลี่ยง ถ้าผู้สั่งทำ ผู้ออกแบบ ผู้ผลิต ต่างเข้าใจบทบาท " คนละครึ่งทาง "

4.) เตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์

เมื่อลุกไปบอกใครต่อใคร (หรือร้านจำหน่าย) ว่าจะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งานออกบแบบกราฟิกดีไซน์ คำตอบมักออกมาเชิงเดียวกัน คือซื้อเครื่องแรง ๆ สเปกสูงไว้ก่อน เหมาะกับโปรแกรมกราฟิกที่พัฒนา Option สูง ๆ มาเรื่อย ....เป็นคำตอบที่ไม่ผิด.....

แต่...คำตอบ..ต้องถามตัวเอง...คุณกำลังหรืออยู่ในสภาพที่จะต้อง ประกอบเป็นอาชีพหลัก หรือมีอาชีพหลักอื่น ๆ แต่สนใจเสริมกราฟิกดีไซน์
ให้ตัวเองก้าวสู่ระดับสูงขึ้นเพื่อประโยชน์ใด ๆ ก็แล้วแต่ แสดงว่าต่อไปต้องใช้โปรแกรมที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ เสียด้วย...ก็เลือกเครื่องแรงตามใจชอบ

แต่..ถ้าคุณบอกว่า..หน้าที่กราฟิกดีไซน์ของผมคือทำการ์ด นามบีตร พิมพ์จดหมาย (งานที่ไม่ค่อยสัมผัสกับภาพหรือสีมากนัก) ไม่คิดจะให้เป็นงานหลัก...แก้เซ็ง หรือเล่นไปตามกระแส...ก็เก็บเงินบางส่วนไว้ซื้ออย่างอื่นบ้างก็ได้ ...เพราะเครื่องระดับกลาง ๆ ก็เพียงพอ....

5.) เตรียมโปรแกรมหรือซอฟแวร์

 

Ms Word เหมาะกับการออกแบบ พิมพ์เอกสารโครงสร้างง่าย ๆ

CorelDraw
ใช้ออกแบบได้ง่าย และมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง เครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนมีกลุ่มสีให้เลือกใช้มากกว่า Ms Word
เหมาะกับการออกแบบเอกสาร สิ่งพิมพ์ทีาหลากหลาย หน้าที่โดดเด่น ครอบคลุมตามจำนวนเครื่องมือและคำสั่งใช้งานเช่น..
      • จัดหน้าสิ่งพิมพ์
      • ตกแต่งภาพ
      • วาดภาพ
PageMaker โปรแกรมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการจัดหน้าสิ่งพิมพ์ แต่เครื่องไม้เครื่องมือน้อยกว่า CorelDraw
โปรแกรมแต่งภาพ / วาดภาพ

PhotoShop โปรมแกรมแต่งภาพยอดนิยม ทั้งคำสั่งและเครื่องมือที่มีเทคนิคเหลือล้น

Illustrator โปรแกรมวาดภาพยอดนิยม ตระกูลเดียวกับโปรแกรม Photoshop


Freehand อีกหนึ่งโปรแกรมวาดภาพ วิธีใช้งานคล้าย Illustrator

6.) เตรียมเครื่อง Scanner

เครื่องมือที่อาจถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญต่องานออกแบบไม่น้อย ดังนั้นมาเก็บข้อมูลเบื้องต้นกันก่อน....
เครื่อง Scanner แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ

Flatbed Scanner เป็นสแกนเนอร์แบบตั้งโต๊ะได้รับความนิยมมาก มักมีมีซอฟแวร์แถมคู่มา คุณลักษณะคือใช้งานง่าย ปรับแต่งภาพได้ดีระดับหนึ่ง
โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องกราฟิกอาร์ต

Slide Scanner
มีราคาสูงกว่า Flatbed Scanner เพราะสามารถ scan สไลด์ได้ด้วย

Drum scanner
ราคารสูงมาก และให้คุณภาพงานที่สูงเช่นกัน เหมาะสำหรับร้านทำเพลทหรือศูนย์บริการแยกสี ขบวนการ scan ยุ่งยาก
เพราะต้องทำความสะอาดสไลด์ ก่อนนำไปทาน้ำมัน แล้วจึงยึดติดกับดรัม คุณภาพของผลงานเทียบเท่างานพิมพ์ระบบเก่าเลยทีเดียว
คุณภาพงานสแกน.....

ภาพที่ผ่านการ Scan จากเครื่อง Scanner
ข้อควรระวัง ในการ Scan ภาพคือ อย่า Scan ภาพตามใจชอบ เพราะหวังนำไปตกแต่งในโปรแกรมแต่งภาพอีกขั้นหนึ่งเพราะ โปรแกรมตกแต่งภาพไม่สามาถแก้ไขจุดบกพร่องบางอย่าง ของรูปภาพได้ หากรูปภาพทั้งภาพเลวร้ายมากเกินแก้
(CD-trainiing)

7.) เตรียมเครื่องพิมพ์ Printer

เครื่องพิมพ์ หรือ Printer เป็นอุปกรณ์ที่ให้ผลต่างจาก Scanner เพราะเป็นอุปการณ์ประเภท output คือมีบทบาทแสดงผล เพราะสามารถพิมพ์เพื่อตรวจสอบงานออกแบบได้ทุกขั้นตอนที่ต้องการตรวจสอบ ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ส่งเสริมการนำเสนอที่ถูกต้อง
ในด้านขนาด และตำแหน่ง แต่ไม่เหมาะกับกับตรวจสอบเรื่องสีเพราะโดยปกติ สีที่เห็นบนจอภาพ สีที่เห็นบนกระดาษที่เราสั่งพิมพ์เอง และสีจริงที่ผ่านการพิมพ์จากโรงพิมพ์ ...ทั้ง 3 แบบ.แสดงสีต่างกันโดยสิ้นเชิง

เครื่องพิมพ์ทั่วไปที่มักใช้กันตามบ้านหรือสำนักงานนั้นแยกไว้เป็น 3 ประเภทคือ...

....แบบหัวเข็ม...Dot....เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม พิมพ์ผ่านผ้าหมึก
....แบบน้ำหมึก...Inkjet ..เครื่องพิมพ์แบบเติมน้ำหมึก มีกลักหมึกถ่ายน้ำหมึกผ่านออกหัวพิมพ์ (nozzle)
....แบบหมึกผง...Laser ....เครื่องพิมพ์แบบใช้หมึกผงผ่านกระบวนการความร้อนเพื่อหลอม ละลายผงหมึกผนึกลงกระดาษ

7.) รอบรู้เรื่องกระดาษพิมพ์

กระดาษปอนด์ธรรมดา ( จะมีความทึบแสงน้อย )
กระดาษปอนด์พิเศษ ( ใช้กับงานพิมพ์ Offset มีความทึบแสงสูง)
กระดาษปอนด์ลายน้ำ ( แบ่งเป็น 100% , 50 % , 25% ทำจากใยฝ้าย)

2. Book-paper กระดาษที่มักใช้พิมพ์หนังสือ นิตยสาร หรือแคตตาล็อกสินค้าซึ่งมีหลายแบบเช่น...

..........ไม่เคลือบผิว........หรือ offset paper
..........เคลือบผิว............หรือ coated paper หรือกระดาษอาร์ต


3. Calf paper กระดาษสี เหมาะกับงานปั๊มนูน แทนหนังหุ้มปกแข็งได้

4. Carbonless paper กระดาษเคลือบสารเคมี สามารถถ่ายตัวหนังสือผ่านแผ่นต่อแผ่นด้วยแรงกด หรือพิมพ์ ประเภทของกระดาษ Carbonless นี้แยกตาม
ลักษณะเคลือบเคมีแต่ละด้านของกระดาษ

5. Carbon paper กระดาษสำเนาในตัวเคลือนขี้ผึ้งผสมสีน้ำเงินหรือสีดำ

6. Catalog paper กระดาษเคลือบผิวสำหรับงานนิตยสารและแคตตาล็อก

7. Chipboard หรือ fiberboard กระดาษแข็งชั้นเดียวมีทั้งสีน้ำตาล และสีเทาเหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่หนาเกินไป

8. Chromo paper กระดาษเคลือบผิวอย่างหนา เหมาะกับงานที่ต้องการพิมพ์ในค่าความละเอียดสูง

9. Coarse paper ได้แก่ กระดาษห่อของขวัญ / กระดาษทิชชู / กระดาษเช็ดปาก

10. Copier paper กระดาษผิวเรียบ กระดาษขาวสำหรับถ่ายเอกสาร หรือเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

11. Cover paper ค่อนข้างหนาใช้พิมพ์โปสเตอร์ เมนูอาหาร แผ่นพับ ปกหนังสือ

12. Currency paper ใช้พิมพ์ธนบัตร ใบหุ้น

13.Graph paper กระดาษกราฟ กระดาษพิมพ์เส้นตาราง สำหรับเขียนกราฟหรือชาร์ท

14. Ground Wood paper กระดาษบรู๊ฟ กระดาษหนังสือพิมพ์ ไม่ผ่านกระบวนการฟอกสี ผิวหยาบ เนื้อพรุน

15. high-bulk paper เนื้อหนา เหมาะที่จะใช้พิมพ์พ็อกเก็ตบุ๊คให้ดูหนา

16. Manila paper สีน้ำตาล แข็งแรงใช้ทำซองจดหมายหรือแฟ้มเอกสาร

17. Newsprint กระดาษปรู๊ฟ กระดาษหนังสือพิมพ์

18. Safety paper กระดาษป้องกันการปลอมแปลง เช่นใช้พิมพ์ เช็ค / แสตมป์ / ใบหุ้น ตั๋ว

19. Synthetic paper ทำจากพลาสติก มองดูเหมือนกระดาษ ไม่เปียกน้ำ ไม่ขาด ใช้ผลิตซองกระดาษ แผนที่ แฟ้ม

20. Trade paper back ใช้พิมพ์หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คคุณภาพสูง

จาก 7 หัวข้อในภาคที่ 1 นี้คงสะสม ทบทวน ทฤษฎีพิ้นฐานกันพอควรแล้ว

สวัสดีแบบไทย ๆ ค่ะ

สุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง......

หากการพิมพ์เป็นกิจกรรมภายในบ้าน หรือสำนักงาน ที่ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อกระดาษให้เหมาะกับประเภทเครื่องพิมพ์ได้ก็ไม่มีหลักเกณฑ์ยุ่งยากและสามารถสอบถามตามร้านได้ว่า เช่น
ใช้เรื่องพิมพ์แบบ Inkjet อยู่ต้องการให้พิมพ์รูปสีสวยสด ต้องใช้กระดารแบบใด
หรือใช้เครื่อง Laser ต้องใช้กระดาษแบบใด..........................คำตอบและแบบของกระดาษมีให้เลือกมากมาย

แต่หาก....เรากำลังก้าวสู่อาชีพออกแบบสิ่งพิมพ์
ความรู้เรื่องกระดาษ ไม่ใช่อยู่เพียงในร้านค้า เพราะเมื่อกระบวนการออกแบบสิ้นสุดลง File งาน ต้องส่งดรงเข้าโรงพิมพ์
การพูดคุยประสานงานกับโรงพิมพ์เป็นทักษะหนึ่งที่ต้องสะสม นำไปใช้ได้ไจริง หัวข้อต่อเนื่องจากเครื่องพิพม์พื้นฐานข้อที่ 6 จึงต้องเรียนรู้เรื่องกระดาษ
ที่ใช้ในการพิมพ์ควบคู่ไปด้วย เพราะกระดาษแต่ละอย่างมีชื่อต่างไปตามคุณสมบัติ ซึ่งขอยกมากล่าวพอหอมปาก....ดังนี้

1. Bond-paper หรือกระดาษปอนด์ กระดาษที่ใช้เขียน พิมพ์ ถ่ายเอกสารกันทั่วไป มีน้ำหนักแสดงหน่วยเป็น "แกรม" ไว้เช่น 48,60,75,90 แกรม ในประเทศไทยเรามักนิยมใช้น้ำหนักตั้งแต่ 60 ,70,80 ,90 ถึง 100 แกรม ซึ่งกระดาษปอนด์ยังแยกได้อีกหลายประเภทตัวอย่างเช่น.........
จะคมชัดเพียงใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

1. คุณภาพ Scanner
2. สภาพของ รูปภาพต้นฉบับที่นำมา Scan
3. บุคลากรที่ทำหน้าที่ Scan
ขาดไม่ได้สำหรับผู้ใช้โปรแกรมด้านกราฟิกควรติดตั้งพร้อมไว้ เช่น
โปรแกรมที่จะใช้ออกแบบสิ่งพิมพ์ สามารถใช้ได้หลายโปรแกรม เริ่มกันตั้งแต่.........

 

//