ชอบให้โปรโมชันอะไร
กรอปรูป
กระดาษ
หมีก



บทความ
ความรู้กระดาษ (อ่าน 28723/ตอบ 0)

 

มีเดีย-กระดาษสำหรับอิงค์เจ็ต
การเลือกซื้อมีเดีย-กระดาษสำหรับอิงค์เจ็ตนั้น มีให้เลือกทั้งยี่ห้อเดียวกับพรินเตอร์และยี่ห้อที่ผู้ผลิตอิสระทำขึ้น ความแตกต่างคือ คุณภาพ และ ราคา เช่น กระดาษโฟโต้แบบเคลือบเงา 2 ยี่ห้อ จะแตกต่างกันเรื่องราคา และคุณภาพของงานพิมพ์ที่ได้ ผู้ผลิตพรินเตอร์บางยี่ห้อ พัฒนาหมึกสำหรับพรินเตอร์โดยใช้สารบางอย่างที่เฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสีของหมึก หรือความคงทนของหมึก ซึ่งจะต้องใช้กับกระดาษที่ออกแบบมาเฉพาะ (ซึ่งเป็นกระดาษยี่ห้อเดียวกับพรินเตอร์) หน้าที่ของผู้ใช้ก็คือ การตรวจสอบ การวิเคราะห์การเลือกซื้อ เพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพดีที่สุดในราคาที่ต่ำ

 

กระดาษธรรมดา ในการพิมพ์ภาพด้วยพรินเตอร์อิงค์เจ็ตนั้น สำหรับการพิมพ์เอกสารทั่วไป ก็ใช้กระดาษธรรมดา (Plain Paper) ซึ่งเป็นกระดาษที่มีความหนา 80 - 120 แกรม ไม่มีการเคลือบสารเคมีพิเศษสำหรับผลงานการพิมพ์ภาพสีกราฟิกที่มีคุณภาพแต่อย่างใด ดังนั้นเวลาใช้กระดาษในการพิมพ์ จะทำได้ดีที่สุดที่ความละเอียด 300 dpi เท่านั้น ถ้าหากใช้ความละเอียดสูงกว่านี้ หมึกพิมพ์จะซึมกระดาษ และกระดาษจะไม่แห้ง ในทางปฏิบัติแล้วเป็นไปได้เหมือนกันที่บางคนจะเอากระดาษธรรมดา มาพิมพ์ภาพที่ละเอียด 600 X 600 ถ้าหากใช้กระดาษที่มีความหนาเกิน 100 แกรมก็ทำได้

 

กระดาษปอนด์ที่มีความหนามากกว่า 160 แกรม ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการนำมาพิมพ์เอกสารด้วยอิงค์เจ็ต เพราะจะป้องกันการซึมของหมึก กระดาษปอนด์เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ราคากระดาษปอนด์แพงพอๆกับกระดาษที่ออกแบบสำหรับอิงค์เจ็ต ทำให้ผู้ใช้งานหันไปใช้กระดาษอิงค์เจ็ตแทน ซึ่งมีทั้งกระดาษยี่ห้อเดียวกับพรินเตอร์ และกระดาษที่ผลิตโดยผู้ผลิตกระดาษอิสระ

 

กระดาษสำหรับอิงค์เจ็ต (InkJet Paper) เป็นกระดาษเคลือบพิเศษ ทั้งกระดาษที่พิมพ์ได้ด้านเดียว และพิมพ์ได้สองด้าน ลักษณะของกระดาษไม่แตกต่างจากกระดาษธรรมดา ความหนาก็ไม่แตกต่าง แต่สิ่งที่แตกต่างคือ การเคลือบพิเศษ ทำให้มีคุณสมบัติในการรองรับหยดหมึกที่จะพิมพ์บนกระดาษ โดยทั่วไปกระดาษสำหรับอิงค์เจ็ต จะพิมพ์รายงานที่มีแผนภูมิประกอบได้อย่างสวยงามที่ 600 X 600 และกระดาษอิงค์เจ็ตระดับ Premium หรือ Deluxe สามารถรองรับการพิมพ์ได้ที่ 1440 อย่างไรก็ตาม กระดาษสำหรับอิงค์เจ็ตเหมาะสำหรับการพิมพ์แผนภูมิ หรือภาพกราฟิกเพื่อการนำเสนอในรายงาน (Presentation) เท่านั้น ยังไม่ได้คุณภาพในระดับภาพถ่าย หรือกระดาษโฟโต้ ทั้งนี้เพราะความคมชัดยังไม่ดี และบางทีอาจจะเห็นหมึกไม่เรียบสม่ำเสมอ หรือเห็นลักษณะเป็นเม็ดสี

 

กระดาษโฟโต้แบบด้าน (Matt Coated Paper) ลักษณะเดียวกันกับกระดาษโฟโต้แต่มีผิวสำหรับพิมพ์ด้าน กระดาษด้านนี้จะเป็นกระดาษกันน้ำเคลือบสีพิเศษ มีความหนา 90 , 120 แกรม หรือมากกว่านั้น ทั้งแบบพิมพ์ได้หน้าเดียวและพิมพ์ได้สองหน้า รองรับรายละเอียดการพิมพ์ได้สูงสุด (ถึง 2880 dpi) ดังนั้นคุณภาพที่ได้ จึงเสมือนกับการพิมพ์ด้วยกระดาษอัดรูปในแล็บสี อย่างไรก็ตาม ความสดและความคมชัดของภาพยังด้อยกว่ากระดาษมัน (Glossy Paper) อยู่บ้าง ที่น่าสังเกตมากกว่าเดิมคือ กระดาษด้าน จะมีราคาถูกกว่า มีความหนาน้อยกว่ากระดาษแบบมัน เลือกไปใช้งานที่เหมาะสมก็ลดค่าใช้จ่ายได้

 

กระดาษโฟโต้แบบมัน (Glossy Coated Paper) หรือเรียกอีกอย่างว่า กระดาษโฟโต้แบบเงา มีความหนาให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ 170 , 180 , 235 จนถึง 260 แกรม ลักษณะเหมือนกระดาษอัดรูปสีที่แล็บสีใช้นั่นเอง กระดาษชนิดนี้ให้ภาพคมชัดเหมือนเอาภาพไปอัดในแล็บสีมากที่สุด แต่ก็เป็นกระดาษที่มีราคาแพงมากที่สุดด้วย บรรดาร้านบริการภาพระบบดิจิตอล จะใช้กระดาษโฟโต้แบบเงาแทบทั้งสิ้น (แตกต่างกันที่ยี่ห้อและความหนา) คุณภาพของภาพที่ได้นั้นอยู่ในระดับ "ภาพถ่าย"

 

ฟิล์มและแผ่นใส (InkJet Film , Tranparency) นอกจากพิมพ์ภาพบนกระดาษแล้ว การพิมพ์ด้วยอิงค์เจ็ต ยังสามารถพิมพ์บนฟิล์มและแผ่นใสได้ด้วย แต่ต้องเป็นวัสดุที่ออกแบบสำหรับอิงค์เจ็ตเท่านั้น เช่น ถ้าหากเป็นแผ่นใส ก็จะเป็นแผ่นใสแบบเคลือบพิเศษ เนื้อฟิล์มเคลือบพิเศษ ซึ่งสามารถพิมพ์ได้รายละเอียดสูงสุด (2880) การนำไปใช้งาน นำไปใช้ได้ทั้งงานนำเสนอ (Presentation) ที่ใช้สำหรับ Overhead Projector เป็นฟิล์มสำหรับกล่องไฟ

 

มีเดียอื่นๆสำหรับอิงค์เจ็ต เช่น การ์ด สติกเกอร์ , แผ่นใสเคลือบโลหะ

 

//